6th Anniversary is coming~!

posted on 18 Oct 2009 22:00 by parkies

....

 

..

.

   จะว่าไปก็ใกล้เข้ามาแล้วสินะ สำหรับปีที่หกที่อยู่ด้วยกันมา แต่สำหรับเราแล้วถึงจะไม่ได้อยู่มาด้วยกันตั้งแต่เริ่มต้น จะว่าไปอีกนิดก้จะประมาณห้าปีที่ได้รู้จัก ได้อยู่ด้วยกันมา นับๆไปมันก็ไม่ใช่เวลาน้อยๆเนาะ แต่ทำไมรู้สึกว่า เพิ่งรู้จักกันเมื่อวานนี้เอง ฮ่าๆๆๆ เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆนะ ไวเหมือนโกหกเลยเชียว

   จริงๆแล้วไม่เคยเล่าเลยใช่มั้ยว่ามาเริ่มชอบดงบังตอนไหน มัวแต่เมาท์โน่นนี่นั่น กร๊ากกกก เลยลืมไปเลยแฮะ จริงๆเมื่อก่อนที่จะมาชอบดงบัง เราชอบคัตตุนมาก่อน ชอบเมะมากกกก แบบว่าไม่ไหวแล้ว ไม่เคยชอบนักร้องคนไหนมากขนาดนี้ (แต่ไม่เคยตามนะ) ซื้อทุกอย่างอ่ะ หนังสือพวกเมียวโจ้ อะไรเทือกนี้ คอนทักกี้ซึบาสะแล้วแบบคัตตุนจะไปเต้นเป็นแดนซ์เซอร์ให้ ก็อุตส่าห์ยังลงทุนซื้ออีก เหอๆๆ ช่วงนั้นรอคัตตุนเดบิวต์นานมากกก (แต่พอเดบิวต์ปุ๊บก็ไปชอบดงบังซะแล้ว ขอโทษนะเมะ) คือตอนนั้นคิดว่าคัตตุนเนี่ยสุดๆแล้วอ่ะ แต่ก็นะมันมีจุดที่ทำให้เปลี่ยน ต้องอ่านๆ ฮ่าๆ

   จุดเปลี่ยนก็คือ มีเพื่อนที่ห้องและที่หอชอบดงบัง มันก็เลยแนะนำว่า "เนี่ยๆๆ แกดูดิ วงนี้หล่ออ่ะ" แต่พอเราดูปุ๊บ คนที่เตะตาที่สุดคือพี่ชอง คนอืน ณ ตอนนั้น ไม่ได้สนใจมองเลยอ่ะ แต่ตอนนั้นก็ยังเฉยๆนะ มาเริ่มเอนเอียงก็ตอนไปเรียนพิเศษ ตอนนั้นประมาณ ม.ห้า ขึ้นเทอมสอง คือช่วงเบรคเค้าก็เปิดแชลแนลวี แล้วมันมีเพลงฮักพอดีเราก็แบบ เฮ้ยยยย วงนี้เองหรอเนี่ย ณ ตอนนัน พี่ชองโดนมากกกกกกกกก สะดุดตาสะดุดใจได้อีก ก็เลยไปหาๆข้อมูลว่าคนนี้ชื่อชองยุนโฮหรือยูโนว์ยุนโฮ เป็นหัวหน้าวง พอรู้แบบนี้ยิ่งกรี๊ดหนัก ตอนนั้นคัตตุนเริ่มจางหายไปเลยทีเดียว หลังจากนั้นมาเพื่อนที่ห้องเรียนชอบจุนซุ แล้วมันก็แบบทีแผ่นดงบังเยอะมากกก มันก็ชวนไปดูรายการต่างๆที่บ้านมัน ตอนนั้นฮามากอ่ กลับหอสามทุ่มทุกวัน เวลาหอปิดเลยทีเดียว จนอาจารย์ที่หอโทรไปฟ้องแม่ กร๊ากกกกก หลังจากนั้นมาเรื่อยๆดงบังก็เข้ามาครอบงำแล้วอ่ะ คัตตุนนี่ไม่ต้องพูดถึง เหอๆๆๆ (ขอโทษเมะอีกที)

   ตอนแรกเราชอบพี่ชองมาก่อนนะ มิใช่พี่ปร๊ากแต่อย่างใด แต่มันก็มีจุดเปลี่ยนอีกนั่นแหละ ฮ่าๆๆ ต่อมาเพื่อนที่หอได้ข่าวมาว่าดงบังจะมางานแชลแนลวี เราก็แบบ เฮ้ยยย จริงหรอ.....กรี๊ดดดดดดด ตอนนั้นได้แต่กรีดร้อง อยากเจอพี่ชองใจจะขาด แต่ก็นะสุดท้ายเรากะเพื่อนก็หอบผ้าหอบผ่อนหนีมาหาปู้ชายเกาหลีที่เมืองกรุง (โดยไม่ได้บอกที่บ้านด้วย เหอๆๆ) ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ตาม แล้วก็มาแบบไร้จุดหมาย ยังไปไหนก้ไม่ค่อยเป็น คือแบบมากันสองคนอ่ะ โฮกกกก ตายเป็นตาย รู้อย่างเดียวว่ามาตึกแกรมมี่ เราก็ปรี่ไปที่ตึกแกรมมี่ทันที แต่ก้นะความซวยมันก็บังเกิดเนื่องจากไม่มีบัตรมีต(บอกแล้วว่ามาแบบไร้จุดหมาย) เราก็ไม่สามารถไปนั่งข้างในได้ ก็ได้แต่ยืนรอข้างนอกตึกตรงบันไดข้างหน้าเลยอ่ะ นั่งก็แล้วยืนก็แล้ว หิวก้หิว สตาร์บัคก็อแพ๊งแพง เอิ๊กซ์ๆๆ สุดท้ายก้เดินไปปั๊มข้างๆตึกหาอะไรมาประทังชีวิต เดี๋ยวตายก่อนเจอผู้ชาย กร๊ากกกกกก พอสักพักก็เริ่มมีรถตู้มาจอดแถวๆหน้าตึก คือด้วยความที่ไม่มีปัญญาเข้าไป ก็ได้แต่ชะเง้ออยู่แถวนั้น พอดี๊พี่ยามเค้าเหมือนจะสงสารเลยทำหน้าตาเชิญชวนให้เรามายืนตรงใกล้พี่แก ซึ่งตอนนั้นดีใจมากกกกกก เพราะมันโคดใกล้ประตูรถตู้ ก็รอกันไปสักแปป ประตูก็เปิดออก โฮกกกกกกกกกกกก จังหวะนั้นงงมาก งงจริงๆ มองเข้าไปในรถตู้เห็นผู้ชายทั้งห้านั่งกันเป็นตับ โฮกกก เป็นอะไรที่ขาแข็ง สติแตก ไร้ซึ่งสมาธิ รู้ตัวอีกที่ปู้ชายกุงเกงชมพูเดินผ่านหน้าไปแล้วววว ชองยุนโฮวววววว โฮกกกกกก หล่อม๊ากกกก จังหวะนั้นแทบไม่ได้มองสี่คนที่เหลือ แต่ก็เห็นตอนนั่นในรถตู้ไปแล้วนั่นแหละ เวลานั้นสายตาจ้องตามแผ่นหลังพี่ชองไปแล้วอ่ะ เคลิ้มมากกก เหมือนจะบินได้ยังไงก้ไม่รู้ รู้ตัวว่าสติหลุดมากอ่ะ พูดจาป่วงเลยทีเดียว กร๊ากกกกกก

..

.

    พอถึงตอนนี้ขอเล่าข้ามไปตอนวันกลับเลยแล้วกันเพราะก่อนหน้านั้นก็ไม่มีอะไรมาก ก้ไปทำธุระอะไรกันไป วันกลับเป็นวันที่ดงบังต้องบินไปเยอรมัน คือตอนนั้นคิดกับหนึ่ง(เพื่อนที่ไปด้วยกัน)ว่าจะเอาไงดี เพราะตอนนั้นยังอยู่ที่สยามอยู่เลย จะไปสนามบินหรือก็ไม่มขอมูลเลยว่าเค้าจะไปไฟท์ไหน กี่ทุ่ม รู้แต่ว่าเค้ากลับคืนนี้แค่นั้นเอง แต่จนแล้วจนรอด ก็นั่งแท็กซี่จากสยามไปดอนเมืองจนได้ กร๊ากกกกกกกกกกก ใจสั่งมาจริงๆ ฮ่าๆ

   หลังจากไปถึงสนามบินก็ประมาณสามทุ่มได้มั้งถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นก็เริ่มเห็นแฟนคลับบ้างแล้วแหละ ก็พอจะทำให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังจะมีข่าวลือว่า ดงบังไม่เข้าทางธรรมดา โฮกกกก นั่งมองหน้ากับเพื่อนแบบหมดหวังอย่างแรงงง กะว่าจะกลับบ้านแล้วเชียว แต่ก็นะ คิดว่ายังไงก็มาแล้วก้เลยรอต่ออีกหน่อย

 

edit @ 20 Oct 2009 21:22:06 by nam_yuchun